โดยภาวะนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ เนื่องจากความร้อนที่มากเกินไป เพราะโดยปกติร่างกายคนเรามีอุณหภูมิประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ถ้าเมื่อไหร่ที่อากาศร้อนมากจนร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ไม่ถึง 40 องศาเซสเซียส อาการนี้เรียกว่า "เพลียแดด" แต่ถ้าสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส และมีอาการชัก เกร็ง ซึม หรือหมดสติ อาการนี้เรียกว่า "โรคลมแดด"
อาการที่บ่งบอกว่าเป็นอาการเพลียแดด ได้แก่ ปวดศีรษะ มึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียไม่มีแรง เป็นตะคริวและมีไข้ แต่ต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส อาการเพลียแดดเป็นสัญญาเตือนว่า ต้องรีบแก้ไขก่อนที่จะเกิดลมแดดซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
อาการลมแดดมีความรุนแรงกว่าเพลียแดด และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนเพลียแดด แต่มีตัวแดง ร้อนจัด (เกิน 40 องศาเซลเซียส) ผิวแห้งไม่มีเหงื่อ หอบหายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว มีอาการทางสมอง เช่น เห็นภาพหลอนสับสน หงุดหงิด ชักหรือหมดสติ ภาวะนี้สามารถทำให้เกิดตับและไตวาย กล้ามเนื้อสลายตัว หัวใจเต้นผิดจังหวะ น้ำท่วมปอด เกิดลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด และช็อกได้
ภาวะนี้เกิดได้กับทุกคนที่ถูกแดดจัด หรืออยู่ในที่ที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน แต่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้น ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคทางสมอง ผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้ไม่ดี ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ผู้ที่ติดเหล้า นักกีฬา คนงาน เกษตรกร หรือทหารที่ต้องออกกำลังอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับยาบางชนิด อาจทำให้เกิดภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นถ้าอยู่ในที่ร้อน ๆ นาน ๆ เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาระบาย ยากันชัก ยาทางจิตเวชบางชนิด ยาลดน้ำมูก ยาแก้หวัด ยาลดความดัน และยาโรคหัวใจบางชนิดยาไทรอยด์ เป็นต้น
ข้อมูลจาก : ผศ.น.พ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น